มีเรื่องมากมายอยากจะบันทึก
แล้วทำไมไม่บันทึก...นั่นสิ...555

เมื่อวันเสาร์พี่น้องคู่นี้ก็ไปเรียนยิมกันเหมือนเดิม
ส่งลูกเสร็จสองแม่ก็หนีไปเดินเล่นกันซะแล้ว...ปล่อยสองพ่อไว้กับเด็ก ๆ
สองพี่น้องก็รักกันดี...งอนกันบ้าง...อันนี้เรื่องปกติ
แต่ไม่นาน...ก็รักกันหวานชื่นเหมือนเดิม
นี่ละ...เค๊าว่าเพื่อนกัน...ไงก็ต่อกันติด...ชิมิ

สองสาวก็เล่นกันสนุกสนาน
แม่ซื้อกระโปรงมาให้ใส่คนละตัว...ตอนแรกตั้งใจจะให้ลายเดียวกัน
แต่คนขายบอก...รุ่นพิเศษค่ะ...ทำได้ตัวเดียวเท่านั้น
รับรองความไม่ซ้ำใคร...เอ่อแต่อยากได้ซ้ำอ่ะทำไง...เอิ๊กกกก
พี่ป่านน่ะใส่มาจากบ้านแล้ว...พอให้น้องอะตอมเสร็จก็ชักชวนกันใส่ให้เหมือนกัน

เล่นกันได้สักพักก็แยกย้ายกันกลับ
ตอนแรกก็มีนัดกับคุณย่าน้องป่านจะไปทานข้าวกัน
แต่พอเริ่มเย็นคุณย่าบอกขี้เกียจออกจากบ้านแล้ว...แต่น้องป่านยังอยากไปอยู่
นาน ๆ ที ไปซะหน่อยละกัน...ร้านสายลม...ริมอ่าวไทย
วันนี้น้องป่านทานปูนิ่มทอดกระเทียมหมดคนเดียวเลย
ได้นั่งชมเรือเดินสมุทร...จากนั้นก็กลับบ้านนอน

เมื่ออาทิตย์ก่อนได้นั่งที่ Office ได้ทำงานไปได้เยอะ
มาอาทิตย์นี้ต้องออกนอกสถานที่อีก 2 อาทิตย์
เลยรู้สึกบริหารเวลาไม่ค่อยลงตัว
วันก่อนได้คุยกับน้องแอนแม่กันตี้กับกอบัวเรื่อง ลูกคือกระจกสะท้อน
คุยกันอยู่นานเรื่องลูก...แล้วบอกว่าจะเอามาเขียนที่ไดเก็บเอาไว้อ่าน
และแล้วก็ไม่ได้มีเวลาได้เขียนสักที
จนไปเดินเล่นหาหนังสือมาอ่าน...ก็ได้เจอหนังสือเล่มนึงถูกใจมาก
"กฏแห่งกระจก" ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาในชีวิตได้
แหมช่างสอดคล้องกับเรื่องที่คิดไว้เลย
ลูกเป็นกระจกสะท้อน...พฤติกรรมของพ่อแม่มีผลกับลูกโดยตรง
จนบางทีก็มองข้ามไป
ได้ทฤษฎีนี้มาจากโรงเรียนฝึกสอนสุนัข K9
เจ้าของ 4 คน กับสุนัข 4 ตัว ที่นำมาฝึกที่โรงฝึกสุนัข
สุนัขแต่ละตัวมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่พึงพอใจต่อเจ้าของ
แต่เจ้าของไม่รู้จะหาวิธีอะไรมาแก้ไขได้...เลยพามาโรงฝึกสุนัข
หลังจากที่ครูฝึกวิเคราะห์และพิจารณาสุนัขแล้ว
ก็รู้ว่าจะแก้ไขปัญหา...หรือเรียกว่าเปลี่ยนพฤติกรรมสุนัขให้ดีได้อย่างไร
อยู่กับครูฝึกเพียงสัปดาห์เดียว...สุนัขสามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้ว
เพราะครูฝึกเข้าใจถึงพฤติกรรมของสุนัขแต่ละพันธุ์
รู้จักความต้องการพื้นฐาน...และความแตกต่าง
นั่นชี้ให้เห็นว่า...เราจะเลี้ยงอะไร...เราต้องศึกษาและเข้าใจสิ่งที่จะเลี้ยงนั้นด้วย
เพราะสัตว์แต่ละประเภทแต่ละชนิด...ไม่เหมือนกัน
แม้จะเป็นสุนัขเหมือนกัน...แต่ต่างสายพันธ์กันก็ต้องดูแลต่างกัน
เค๊าต้องการการดูแลที่เฉพาะตัว...อันนี้คนเลี้ยงต้องรู้ด้วย
ไม่ใช่เพราะรัก...เพราะอยากเลี้ยง...หรือเพราะแก้เหงาเท่านั้น
แล้วที่เห็น...คือสิ่งที่ทำให้พฤติกรรมสุนัขเป็นแบบนั้นก็เพราะเจ้าของเอง
จากนั้นครูฝึกก็ต้องมาสอนวิธีควบคุมสุขนัขให้เจ้าของ
ซึ่งเริ่มแรกเจ้าของเองทำใจไม่ได้ที่จะงดโน่นห้ามนี่กับสุนัขของตัวเอง
เพราะกลัวว่าสุนัขจะลำบาก...หรือไม่สบาย
แต่หลังจากที่เจ้าของมาเห็นพฤติกรรมสุนัขใหม่แล้วจึงต้องยอมรับ
เรื่องนี้ก็ไม่ต่างกับคนอย่างเรานี่หรอก
ไม่งั้น...ทำไมเด็ก ๆ ถึงได้เชื่อฟังคุณครูมากกว่าพ่อแม่ละ
น่าคิดไหมละเนี่ย....555
ส่วนเรื่องของกฏแห่งกระจก....จะกลับมาบันทึกเรื่องราวต่อไป
เพราะอ่านจบแล้ว...รู้เลยว่า....ใช่จริง ๆ